นวัตกรรมด้านการศึกษา

เรื่องที่ 1 “นวัตกรรม หมอนม้วนทำแผล (Assistant Pillow)”

กนกวรรณ หน่ายมี* ฉัตรกมล เพ็งจันทร์*กิตติรัตน์ เชยจันทร์*เกสรา แอบกระโทก*จาตุรงค์ เจริญสุข*จุฑามาศ ขันเงิน* ชนมภา เงินกระแชง * ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์**

หลักการและเหตุผล
ผู้ป่วยที่มีบาดแผลในลักษณะเป็นแผลเปิดขนาดใหญ่โดยเฉพาะบริเวณขา และอยู่ในบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก รวมถึงแผลบางจุดลึกถึงบริเวณกล้ามเนื้อหรือกระดูกทำให้เกิดอุปสรรคในการทำแผล อีกทั้งยังอาจสร้างความเจ็บปวดให้ผู้ป่วยขณะทำแผลเนื่องระยะเวลาในการทำแผลนาน และต้องทำแผลบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลระยะยาวคือ ผู้ป่วยกังวลและกลัวการทำแผลเป็นอย่างมาก อีกทั้งผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว มีภาวะข้อติดแข็ง มีน้ำหนักขาที่ค่อนข้างมากและแผลบริเวณขาและเท้ามีขนาดใหญ่ ส่งผลให้ส่งการทำแผลนั้นไม่มีประสิทธิภาพ คณะผู้จัดทำ จึงได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมในการช่วยทำแผล ที่มีชื่อว่า “หมอนม้วนทำแผล (Assistant Pillow)” ขึ้นมา เพื่อให้การทำแผลได้สะอาดอย่างทั่วถึงตามหลัก Aseptic Technique เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคบริเวณแผลและลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่บริเวณ

วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้วิธีการทำแผลมีประสิทธิภาพตามหลัก Aseptic Techniqueและ ไม่เกิดการปนเปื้อนและแพร่กระจายของเชื้อไปสู่บริเวณอื่น
2.เพื่อความสุขสบายของผู้ป่วยขณะทำแผล
3.เพื่อลดระยะเวลาในการทำแผลและประหยัดจำนวนบุคลากรในการทำแผล
4.เพื่อความสะดวกในการทำแผล

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ : ฟองน้ำ (แบบบาง) ขนาด 8×4 นิ้ว, ผ้ายาง,ขวดน้ำเกลือใช้แล้ว, ขวดน้ำ (1000 ml), ถาดสแตนเลส, กระดาษแข็งจากกล่องกระดาษ
ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. นำผ้ายางมากางและวางฟองน้ำบริเวณมุมทั้งสองข้าง ตัดฟองน้ำให้พอดี โดยให้ฝั่งหนึ่งมีขนาดหนากว่าอีกข้างหนึ่ง และเชื่อมติดกันโดยปืนกาว
2. นำขวดน้ำเกลือที่ใส่ทรายมาม้วนกับผ้ายางด้านที่หนากว่าและเชื่อมติดด้วยปืนกาว และติดเทปกาวเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
3. นำกระดาษแข็งมาตัดเป็นรูปวงกลมให้ได้ขนาดเท่ากับเส้นรอบวงบริเวณที่ม้วนด้วยขวดน้ำเกลือและห่อผ้ายางเพื่อปิดช่องว่าง และเสร็จสมบูรณ์

ขั้นตอนการนำไปใช้งาน
1. นำนวัตกรรมมาวางโดยให้ด้านที่ม้วนวางรองข้อพับบริเวณหัวเข่า
2. นำขวดน้ำดื่มที่ใส่ทราย มาวางด้านปลายเท้า ม้วนเข้าหาผู้ป่วยเพื่อจัดท่าก่อนให้การทำแผล
3. นำถาดหุ้มด้วยถุงขยะสีแดงมัดให้แน่น แล้วสอดถาดเข้าบริเวณตรงกลางที่ว่าง ทำแผลด้วยความนุ่มนวลและใช้หลักสะอาดปราศจากเชื้อ
4. เก็บถาดที่หุ้มด้วยถุงขยะสีแดงออกและทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อ เช็ดทำความสะอาดผ้ายางและถาดด้วยผ้าก๊อซชุบแอลกอฮอลล์ และม้วนเก็บ





เรื่องที่ 2 “นวัตกรรม ถุงคลุม Jackson Pratt : “JP COVER BAG”

กิติมาภรณ์ บุญลอย* กุลยา วาพันสุ* กวินทรา สุขรัตน์อมรกุล* เกตน์สิรี แก่นจันทร์* กาญจนาพร เวียงคำ* เกษศิรินทร์ หนุนสุวงค์* ชิสากัญญ์ หงษ์ทอง *ณัฐกมล เกศรา* ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อังคนา จงเจริญ**

หลักการและเหตุผล
jackson pratt drain เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการระบายของเหลวจากตำแหน่งที่ได้รับการผ่าตัด โดยการระบายของเสียหรือสิ่งคัดหลั่งได้แก่ เลือด น้ำเหลือง หนอง อากาศ ออกจากบริเวณแผลจะช่วยในการหายของแผล ช่วยลดการอักเสบและการติดเชื้อในช่องท้อง เพราะเมื่อของเสียและสิ่งคัดหลั่งเกิดการคั่งค้าง ผู้ป่วยบางรายต้องคาสายท่อระบายไว้ และ ระยะหลังผ่าตัดพยาบาลต้องให้การดูแลผู้ป่วย กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวร่างกาย (Ambutation) การบริหารร่างกาย เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูสภาพได้ดี ในการใส่อุปกรณ์ท่อระบายจะทำให้รบกวนการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย เนื่องจากต้องคอยถือ jackson pratt drain อาจส่งผลให้ jackson pratt drain ไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของของเหลวเข้าสู่ตัวผู้ป่วย และเวลาที่ผู้ป่วยนอนบนเตียงต้องระมัดระวังไม่ให้นอนทับสาย คณะผู้จัดทำ จึงทำการประดิษฐ์ “JP COVER BAG” เป็นกระเป๋าใส่ jackson pratt drain ขึ้น และสิ่งประดิษฐ์นี้ยังสามารถป้องกันการหักงอของสายท่อระบาย อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ jackson pratt drain เพื่อช่วยลดการอักเสบและการติดเชื้อในผู้ป่วยได้

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายและทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น
2. เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อจากการดึงรั้งของสายท่อระบาย jackson pratt และการไหลย้อนกลับของสิ่งคัดหลั่งจากท่อระบาย jackson pratt เข้าสู่ช่องท้อง
3. เพื่อให้การทำงานของท่อระบายสารคัดหลั่ง jacson pratt drain มีประสิทธิภาพ
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ : ผ้า 1เมตร, ผ้าแก้ว 1 เมตร, ตีนตุ๊กแก, เข็มและด้าย, กรรไกร, สายวัด, สายสะพายปรับระดับได้
ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม ออกแบบลักษณะถุงใส่ jackson pratt drain โดยมี 2 แบบ คือ
1.1 แบบคาดเอว
1.2 แบบสะพายข้าง
1. เลือกผ้าที่มีความเหมาะสมน้ำหนักเบาและทำความสะอาดง่าย คือ ผ้าเล และเลือกใช้ผ้าใยแก้วที่มีลักษณะใส เย็บในส่วนด้านหน้าของกระเป๋า เพื่อให้สามารถมองเห็นขวด jackson pratt drain ชัดเจน
2. วัดขนาดผ้าในแต่ละส่วน
1.1 แบบคาดเอว ขนาด 15 cm. x 17 cm.
1.2 แบบสะพายข้าง ขนาด 12 cm. x 25 cm. x 15 cm.
3. ตัดผ้าตามขนาดที่ออกแบบไว้ทั้ง 2 รูปแบบ
4. นำผ้าไปเย็บตามที่ออกแบบไว้
5. เมื่อเย็บเกระเป๋าแบบสะพายข้างเสร็จแล้ว นำสายสะพายมาประกอบเข้าด้วยกัน
6. นำผลงานไปทดลองกับผู้ป่วยจริงและประเมินผล
1. แบบคาดเอว


2. แบบสะพายข้าง


เรื่องที่ 3 “นวัตกรรม Dressing Support”

วรดา เวชสุภาพงษ์*พรรณพฤกษ์ วัวลำพอง*พรรณภา ลัดใหม่*ปาลิตา จันทร์มัด*ปิยะพรรณ รักษาสวัสดิ์*พรทิพย์ ชาติหาร*พัชรีญา เรืองเดช*พุฒิตา จันทร์เพ็ง*ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดารัสนี โพธารส**

หลักการและเหตุผล
ผู้ป่วยในกลุ่มโรคเรื้อรังและอุบัติเหตุที่มีบาดแผลบริเวณ แขน ขา เช่น แผลเบาหวาน แผลStump จากอุบัติเหตุโดยส่วนใหญ่เป็นบาดแผลบริเวณกว้าง มีการติดเชื้อ ในบางรายมีน้ำหนักตัวที่มากทำให้เกิดปัญหาในทำแผล โดยอาจต้องใช้พยาบาลมากกว่า 1 คน ใช้เวลานานในการทำแผล ใช้จำนวนพยาบาลมากกว่า 1 คน การยศาสตร์ในการทำแผลไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้พยาบาลมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อจากพยาบาลสู่ผู้ป่วยและจากผู้ป่วยสู่พยาบาล ก่อให้เกิดการติดเชื้อของแผลมากยิ่งขึ้นจากการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการบาดเจ็บจากการทำงานด้วยการยศาสตร์ (Ergonomics)ของหน่วยอาชีวอนามัย ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำการสำรวจอาชีพพยาบาลกับอาการปวดหลังในโรงพยาบาลลำพูนจำนวน 207 ราย อายุระหว่าง 20-30ปี พบว่า มีอาการปวดหลังเกิดขณะทำงาน 51.2 % กิจกรรมที่ทำให้ปวดหลังจากการยกของหนัก56.9 % จากการยืนนานๆ 30.2 %เดิน 20.8 %ซึ่งปัญหาเหล่านี้นำมาสู่การคิดค้นนวัตกรรม Dressing support เป็นตัวช่วยในการทำแผลผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลแผลผู้ป่วย และส่งเสริมในการทำกิจกรรมการพยาบาลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
1.เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมการพยาบาลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
2.เพื่อลดจำนวนพยาบาลและระยะเวลาในการดูแลทำแผลผู้ป่วย
3.เพื่อลดผลกระทบจากการใช้การยศาสตร์ในการทำหัตถการไม่เหมาะสม
4. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากพยาบาลสู่ผู้ป่วยที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อของแผลมากยิ่งขึ้นและจากผู้ป่วยสู่พยาบาล
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้และขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1.วัดขนาดท่อ PVC สีเหลืองตามแบบที่วางไว้ โดยให้มีขนาด 15 ซ.ม. จำนวน 4 อัน และ ขนาด 28 ซ.ม. จำนวน 3 อัน และ ขนาด 6 ซ.ม. จำนวน 18 อัน
2. ตัดท่อ PVC สีเหลือง ตามขนาดที่วัดไว้ และขัดปลายท่อด้วยกระดาษทรายเพื่อลดความคม
3. ติดกาวประสานท่อบริเวณข้อต่อรองรับน้ำหนักของขา และทำการประกอบ


การดูแลรักษา Dressing Support
1. ตรวจสอบบริเวณข้อต่อของอุปกรณ์ว่าเชื่อมต่อกันแน่นหรือไม่ เพื่อป้องกันการหลุดแยกชิ้นส่วนของอุปกรณ์
2. เช็ดทำความสะอาดก่อนและหลังใช้งาน โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อต่างๆ และแผ่นรองกันทับ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
3. แยกชิ้นส่วนต่างๆของอุปกรณ์ และทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยใช้แอลกอฮอล์แช่ทิ้งไว้ 30 นาที และผึ่งไว้ให้แห้ง
4. เปลี่ยนแผ่นกันกดทับเดือนละ 1 –2 ครั้ง
5. เก็บไว้ในที่แห้งหลีกเลี่ยงแสงแดด



เรื่องที่ 4 “นวัตกรรม 2 in 1 Leg box”

สหรัฐ ขำวิไล*ศศิวิมล จารุวัฒน์*สุปวีณ์ ธนาสายทิพย์กุล* อัญชิสา หนึ่งฤทัยกุล*Chhum Sreyleak*สุพิชชา หล้าเสน่ห์* วิมลสิริ ปานเนียม* อาจารย์ณชนก เอียดสุย**

หลักการและเหตุผล
ผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกส่วนใหญ่จะมีกระดูกขาหัก ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดและอาจถูกจำกัดการเคลื่อนไหว ซึ่งมักพบปัญหาผู้ป่วยมีปลายเท้าตก(Foot drop) และมีแผลกดทับที่ส้นเท้า และวิธีการยกขาสูงในผู้ป่วยหลังผ่าตัดจะใช้การยกปลายเตียงของผู้ป่วยขึ้น บางครั้งใช้หมอนวางบริเวณปลายเท้าผู้ป่วยทำให้จำนวนหมอนไม่เพียงพอที่จะใช้สำหรับผู้ป่วย ซึ่งภายในหอผู้ป่วยยังไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับประคองเท้าผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว จึงทำให้กลุ่มของพวกเราได้คิดค้นอุปกรณ์สำหรับวางขาผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะปลายเท้าตก แผลกดทับที่ส้นเท้า และสามารถช่วยในการยกสูงเพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับลดอาการบวมได้

วัตถุประสงค์
1. เพื่อใช้ป้องกันภาวะปลายเท้าตก (Foot drop)
2. เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับบริเวณส้นเท้า
3. เพื่อช่วยในการยกสูงเพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับลดอาการปวดบวม
4. เพื่อลดปริมาณการใช้หมอนในผู้ป่วย

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. ฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปแช่น้ำ และผสมกาว
2. ตัดกล่องให้เป็นบล็อกตามที่ต้องการ แล้วนำกระดาษหนังสือพิมพ์จาก ข้อ 1. นำมาแปะลงบนกล่องที่ตัดเป็นบล็อกไว้
4. ตากให้แห้ง และแปะซ้ำอีก 1 ชั้น รอให้แห้ง
5. ตัดโฟมขนาดเท่ากับบล็อกที่ใช้ 3 ชิ้นและนำมาต่อกันโดยใช้กาวสองหน้า และใช้เทปใส พันรอบอีกหนึ่งชั้น นำกระดาษพลาสติกลายจุดห่อรอบๆแผ่นโฟม และกล่องบล็อกที่ตัดไว้



ขั้นตอนการนำไปใช้งาน
วางเท้าบน 2 in 1 leg box ให้ส้นเท้าวางแนบกับแผ่นกั้นกัน Foot Drop นำสายรัดบริเวณเท้าและต้นขา





เรื่องที่ 5 “นวัตกรรม ทายสิ! อะไรเกิดก่อน”

เบญจวรรณ เจริญสุขเสถียร*วัชรี คูเจริญสุข* อาจารย์ร้อยเอกหญิง นาตยา แสงใส**

หลักการและเหตุผล
เด็กวัยก่อนเรียนซึ่งมีอายุระหว่าง 3-6 ปี เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต เป็นอิสระจากมารดา สามารถพึ่งตัวเองได้มากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องกิจวัตรประจำวัน และเรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีจินตนาการ มีความคิดเป็นเหตุเป็นผล พยายามเรียนรู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด และต้องได้รับพัฒนาการทางด้านสติปัญญา การเรียนรู้ การให้เหตุผล ความจำ ภาษา และพัฒนาการทางสังคมอย่างเหมาะสม แต่เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น บุคคล สถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ และวิธีการรักษา สูญเสียอิสรภาพ ถูกจำกัดบางประการ และกลัวความเจ็บปวดจากการรักษา ซึ่งเด็กอายุ 3-6 ปี มีความไม่เข้าใจถึงวิธีการรักษาของแพทย์และการทำหัตถการต่างๆ การเล่นจัดเป็นกิจกรรมที่สำคัญสำหรับเด็ก ซึ่งมักจะมีอุปกรณ์สำคัญในการเล่นที่เรียกว่า “ของเล่น” และของเล่นจึงมีความสำคัญสำหรับพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นการเล่น “ของเล่น”สำหรับเด็กวัยนี้จะช่วยส่งเสริมการปรับตัวของเด็กให้เข้ากับโรงพยาบาลได้ ช่วยให้เด็กผ่อนคลายความวิตกกังวลขณะรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และทำให้พัฒนาการต่างๆของเด็กสามารถดำเนินไปอย่างเหมาะสมตามวัย คณะผู้จัดทำได้เห็นถึงความสำคัญของพัฒนาการของเด็กที่ถูกจำกัดขณะรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉพาะพัฒนาการด้านสมอง สติปัญญาตามวัย และทางด้านสังคม จึงเกิดการคิดค้นของเล่น “ทายสิ! อะไรเกิดก่อน”

วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมพัฒนาด้านร่างกาย การหยิบจับสิ่งของ เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
2. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสนุกสนาน และความเพลินเพลิน
3. เพื่อสร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างพยาบาล ผู้ป่วยเด็ก และผู้ปกครองเด็ก
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ : ฟิวเจอร์บอร์ด, พลาสติกใส, โฟมประดิษฐ์, กระดาษ A4, กระดาษกาว และอุปกรณ์ตกแต่ง
ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. วัดขนาดกระดาษ A4 เป็นขนาด 8x8 cm. จำนวน 12 ชิ้น วาดภาพเหตุการณ์ต่างๆ ลงในกระดาษ
2. วัดขนาดและตัดโฟมประดิษฐ์ เป็นขนาด 8x8 cm. จำนวน 12 ชิ้น แล้วเคลือบชุดภาพเหตุการณ์ด้วยพลาสติกใส และตกแต่งกล่องบรรจุภาพเหตุการณ์ด้วยโฟมประดิษฐ์รูปต่างๆ



กลุ่มเป้าหมายและจำนวนเด็ก
เด็กวัยก่อนเรียนอายุ 4 - 6 ปี จำนวน 3 - 4 คน
วิธีการจัดกิจกรรม และวิธีการเล่น
1. ขั้นนำ นิสิตผู้ทำกิจกรรมกล่าวทักทาย แนะนำตัว สร้างสัมพันธภาพกับเด็กๆ
2. ขั้นทำกิจกรรม นิสิตผู้ทำกิจกรรมอธิบายการเล่นให้เด็กฟัง พร้อมแจกบัตรรูปภาพชุดเหตุการณ์ทีละชุด ให้เด็กเรียงเหตุการณ์ที่เกิดก่อนจากซ้ายไปขวา ถ้าเด็กตอบได้ถูกจะได้รับรางวัลที่เตรียมไว้ให้ แต่ถ้าเด็กเรียงผิดนิสิตจะทำการอธิบายสิ่งที่ถูกให้เด็กฟัง และให้เด็กเรียงชุดเหตุการณ์ให้ถูกใหม่อีกครั้ง
3. ขั้นสรุป นิสิตผู้ทำกิจกรรมกล่าวชื่นชม และมอบรางวัลให้เด็กทุกคนที่ทำกิจกรรม

ตกปลาพาเพลิน   จัดทำ วิรงรอง อุมา* ศิริรัตน์ ผ่องศาลา* อาจารย์ร้อยเอกหญิง นาตยา แสงใส**

ที่มาและความสำคัญ
เด็กวัยก่อนเรียนซึ่งมีอายุระหว่าง 3-6 ปี เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต แต่เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ และวิธีการรักษา อาจก่อให้เกิดความกลัวจากการรักษา ดังนั้น “การเล่น” และ “ของเล่น” จึงมีความสำคัญสำหรับพัฒนาการของเด็กในวัยนี้ ที่จะช่วยส่งเสริมการปรับตัวของเด็กให้เข้ากับโรงพยาบาลได้ ช่วยให้เด็กผ่อนคลายความวิตกกังวลขณะรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และทำให้พัฒนาการต่างๆของเด็กดำเนินไปอย่างเหมาะสมตามวัย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อฝึกการแก้ไขปัญหา และทักษะการคำนวณ ซึ่งกระตุ้นพัฒนาการด้านสมอง สติปัญญา
2. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสนุกสนาน และความเพลินเพลิน
3. เพื่อสร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่างพยาบาล ผู้ป่วยเด็ก และผู้ปกครองเด็ก

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
แม่เหล็ก ฟิวเจอร์บอร์ด กระดาษสี กรรไกร กาว กล่องใส่ของ แท่งไม้ (ตะเกียบ) เชือก (รวม 115 บาท)

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. ตัดฟิวเจอร์บอร์ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2. นำฟิวเจอร์บอร์ดที่ได้มาห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงิน และตกแต่งจำลองให้เป็นท้องทะเลและห่อด้วยพลาสติกใส
3. วาดรูปปลาสีต่างๆ และเขียนตัวเลข 0 - 9 บนตัวปลา แล้วนำมาตัด เคลือบด้วยสติกเกอร์ใส
4. ติดแม่เหล็กที่ด้านหลังตัวปลา
5. ตัดไม้ความยาวเท่ากัน 3 อัน นำมาตกแต่งพันด้วยเชือกสีน้ำตาล ทำเป็นเบ็ดตกปลา นำปลายเชือกติดด้วยแม่เหล็ก
6. นำโจทย์คำถามคณิตศาสตร์มาคัด ติดกับฟิวเจอร์บอร์ด และหุ้มด้วยสติกเกอร์ใส
7. ทำที่ใส่สำหรับโจทย์คำถาม จากการนำฟิวเจอร์บอร์ดมาติดขั้นเป็นชั้นๆ
8. ประกอบฟิวเจอร์บอร์ดที่ใส่โจทย์คำถามกับฟิวเจอร์บอร์ดรูปท้องทะเล




ถุงรองรับสารคัดหลั่ง สะดวกใช้   จัดทำ ปฐมาภรณ์ อุทัยชลานนท์* เบญจวรรณ รอดรัตน์* มนัญญา สิมมา* นันทินี อ่อนศรี* เบญจมาพร พันธุ์จิรา* เปรมสร เจริญภูมิ* วนิดา ลาสอน* ปัญญาพร ศรเพ็ช* อาจารย์ ร.อ.หญิงพัทธ์ชนก วิถีธรรมศักดิ์**

ที่มาและความสำคัญ
จากการฝึกปฏิบัติประสบการณ์บนหอผู้ป่วย พบว่า ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนทางจมูกถึงกระเพาะอาหารเพื่อระบายลมและน้ำย่อยออกจากกระเพาะอาหารโดยต่อลงถุงพลาสติกธรรมดา มักพบปัญหาไหลย้อนกลับ รั่วซึม และยังไม่เหมาะต่อการบันทึกปริมาณของเหลวนั้น คณะผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรมที่รองรับของเสียจากตัวผู้ป่วย เพื่อความสะดวกและลดโอกาสการปนเปื้อน นวัตกรรมนี้ประยุกต์จากการใช้ถุงอาหารเหลวปั่น ที่นำส่วนข้อต่อของถุงมาสวมเข้ากับปลายสายสวนทางจมูกของผู้ป่วย การประเมินผลนั้นได้จากการทดลองใช้บนหอผู้ป่วยและนำข้อเสนอปัญหาต่างๆมาปรับปรุงแก้ไข จนทำให้นวัตกรรมใช้งานได้จริง

วัตถุประสงค์
1. สร้างและพัฒนานวัตกรรมที่รองรับสารคัดหลังจากผู้ป่วยโดยการใช้ถุงใส่อาหารเหลวปั่นที่ใช้แล้ว
2. เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาของการรองรับสารคัดหลั่งอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
ถุงใส่อาหารเหลวปั่นที่ใช้แล้ว ผ้ายาง เครื่องหนีบถุง หลอด กรรไกร ด้ายและเข็มเย็บผ้า ไม้บรรทัด กระดุม ถุงพลาสติกแบบผนึก ปืนกาว

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. เตรียมอุปกรณ์
2. นำถุงพลาสติกแบบผนึกมาทำให้ติดกันโดยใช้เครื่องหนีบถุง
3. ตัดถุงพลาสติกแบบผนึกให้เป็นทางสามแยก
4. สอดถุงพลาสติกแบบผนึกเข้าไปในถุงใส่อาหารเหลวปั่นที่ใช้แล้ว
5. ใช้กาวปิดรู
6. ตัดผ้ายางให้ขนานกับถุงใส่อาหารเหลวปั่นที่ใช้แล้ว
7. เย็บผ้ายางให้เป็นถุง
8. เย็บสายถุงให้เข้ากับขนาดถุง




ถุงมหัศจรรย์กันเปียกน้ำ   จัดทำ ปทุมรัตน์ จึงสงวนสิทธิ์*พชรรัชต์ ชอบจิต*รังสินี กิตติบดีสกุล*บัญชนิกา แก้วก๋อง*ปภาวดี สุรินทร์ต๊ะ*มินตรา นิลวรรณ์ *รัชติญา วงค์ศรีชา*วราภรณ์ พิลา * ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อังคนา จงเจริญ**

ที่มาและความสำคัญ
จากการฝึกประสบการณ์ของนิสิตในหอผู้ป่วยศัลยกรรม พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีแผลนั้น กระบวน การหายของแผลเป็นสิ่งสำคัญและต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ การติดเชื้อเป็นปัญหาที่พบบ่อย การป้องกันแผลไม่ให้เกิดการติดเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งแรกที่ป้องกันได้ คือการป้องกันไม่ให้แผลสัมผัสกับน้ำหรือความชื้นโดยเฉพาะการที่แผลสัมผัสกับน้ำจากการอาบน้ำ เนื่องจากน้ำที่ใช้ในการอุปโภคมักมีสิ่งปนเปื้อน หากสัมผัสกับแผลซึ่งเป็นหลอดเลือดและเนื้อเยื่อจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

วัตถุประสงค์
1. ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและส่งเสริมประสิทธิภาพการหายของบาดแผล
2. สะดวกต่อการทำความสะอาดร่างกายในที่มีข้อจำกัดในการสัมผัสน้ำ

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
พลาสติกจากชุดกันฝน 1 ตัว ยางยืด กรรไกร เครื่องซีล

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. นำพลาสติกจากชุดกันฝนมาตัดแบ่งเป็นส่วน ได้แก่ ส่วนแขน และส่วนตัว
2. นำส่วนแขนที่เป็นรูปกระบอกมาซีลเพื่อให้สามารถใส่ยางยืดได้ ซึ่งจะได้เป็นสวนของ ปลอกแขน
3. นำส่วนตัวเสื้อกันฝน มาตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและซีล ให้เป็นทรงกระบอก ซึ่งจะได้เป็นส่วนของ ปลอกขา
4. ใส่ยางยืดทั้งปลายทั้งสองด้านแล้วใส่หลอดคั่นไว้ จากนั้นจึงผูกปลายยางยืด
5. จึงได้ปลอกแขนและปลอกขาแบบสมบูรณ์




ขวดน้ำเกลือ รักษ์สะอาด   จัดทำ กนกภรณ์ นามจิตร* นายจงกล มีสวัสดิ์* จงรักษ์ เพ็งวัน* จิดาภา เสือยันต์* ธีรารัตน์ แอบแฝง*กนกวรรณ เอี้ยววัฒนา* กิตติ รื่นสาด* กมลชนก ดาราวงศ์* ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์**

ที่มาและความสำคัญ
จากการขึ้นฝึกปฏิบัติการ นิสิตพยาบาลได้พบเห็นปัญหาเกี่ยวกับการที่พยาบาลทำการดูดเสมหะให้กับผู้ป่วย โดยการดูดเสมหะให้กับผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจนั้นจะต้องถอดท่อเครื่องช่วยหายใจออกจากท่อช่วยหายใจของผู้ป่วยก่อน ซึ่งจะมีแรงดันจากเครื่องช่วยหายใจทำให้สิ่งคัดหลั่งที่ติดอยู่บริเวณปลายท่อเครื่องช่วยหายใจกระเด็นหรือกระจายออกไปโดยรอบ นอกจากนี้สิ่งคัดหลั่งที่กระเด็นออกมาอาจแพร่กระจายไปในอากาศและทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจไปสู่ผู้อื่น คณะผู้จัดทำจึงได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม “ขวดเกลือ รักษ์สะอาด”

วัตถุประสงค์
1. เพื่อคงไว้ซึ่งความปราศจากเชื้อของปลายท่อเครื่องช่วยหายใจ และลดการปนเปื้อนเชื้อโรคที่ปลายท่อเครื่องช่วยหายใจ ขณะที่ถอดท่อเครื่องช่วยหายใจออกเพื่อทำการดูดเสมหะ
2. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย ขณะถอดท่อเครื่องช่วยหายใจเพื่อดูดเสมหะ

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. นำขวดน้ำเกลือที่ใช้แล้วขนาด 500 ml แกะฉลากออกให้หมด นำคัตเตอร์มาตัด ตามภาพ 2.จากนั้นนำยางวงเส้นใหญ่ผูกตรงห่วงที่ก้นขวด และนำเทปกาวมาพันรอบขอบที่ตัดไว้ทั้งหมด

วิธีการใช้นวัตกรรม
1. ผู้ช่วยเตรียมถอดท่อเครื่องช่วยหายใจออกจากท่อช่วยหายใจของผู้ป่วย นำท่อเครื่องช่วยหายใจใส่ไปในซองใส่ถุงมือ sterile (เป็นซองถุงมือ sterile สำหรับการดูดเสมหะในท่อช่วยหายใจ) แล้วนำไปใส่ไว้ใน “ขวดน้ำเกลือ รักษ์สะอาด”
2. รัดยาง เพื่อล็อคไม่ให้ปลายท่อเครื่องช่วยหายใจเลื่อนหลุดออก
3. จากนั้นนำท่อเครื่องช่วยหายใจออกจาก “ขวด เกลือ รักษ์สะอาด” โดยปลดยางที่รัดท่อเครื่องช่วยหายใจเอาไว้ออก นำปลายท่อเครื่องช่วยหายใจออกจากซอง เช็ดด้วยสำลีแอลกอฮอล์ แล้วนำไปต่อกับท่อช่วยหายใจ
4. นำซองใส่ถุงมือ sterile ทิ้งใส่ในถุงขยะติดเชื้อ นำ “ขวดน้ำเกลือ รักษ์สะอาด” แขวนเก็บไว้ดังเดิม




กระเป๋าซ่อนแอบ   จัดทำ จิราภรณ์ อนุพันธ์ * จีราพัชร์ รัตนธนวัชร์* จรรยพร ลือจังพงศ์* จุฑามาศ บัวบาล* ณัชชา ลาวทอง* ณัฐชนน อุ่นคำ* ณิชากร ก๋าจุ่ม* นลัทพร ประสมสิน* ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อังคนา จงเจริญ**

ที่มาและความสำคัญ
จาผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน จะต้องมีถุงปัสสาวะติดตัวและต้องถือหรือห้อยถุงปัสสาวะให้ต่ำกว่าสายสวนปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา เพราะการยกถุงปัสสาวะสูงจะส่งผลทำให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ นอกจากนั้นยังดูไม่สวยงามเนื่องจากสามารถเห็นปัสสาวะภายในถุงเก็บปัสสาวะ ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ได้รับความสุขสบายทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ได้นอนติดเตียงซึ่งยังคงต้องดำเนินชีวิตเป็นปกติ ทำให้ไม่สะดวกในการทำกิจวัตรประจำวัน อีกทั้งยังปั่นทอนจิตใจจากการที่ภาพลักษณ์ของตนเปลี่ยนแปลงไป ไม่มั่นใจเมื่อต้องพบปะกับบุคคลภายนอก ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดทำนวัตกรรม “กระเป๋าซ่อนแอบ”ขึ้น

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะจากการไหลย้อนของน้ำปัสสาวะ
2. เพื่อลดการสูญเสียภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจต่อผู้ป่วยเมื่อต้องอยู่ในสังคม
3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตและปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1.วัดขนาดผ้าcotton ใยสังเคราะห์ และผ้าซับใน เทียบกับถุงรอง รับน้ำปัสสาวะ ขนาด 89x24 ซม.
2. ตัดผ้าตามขนาดที่วัด
3. นำผ้าcotton ใยสังเคราะห์ และผ้าซับใน มาประกบกันแล้วเย็บติดกัน เป็นลักษณะกระเป๋า
4. เจาะรูด้านล่างเพื่อเป็นช่องสำหรับท่อระบายน้ำปัสสาวะ
5. เย็บกระดุมติดกับกระเป๋า ไว้ใช้สำหรับการเปิด-ปิดกระเป๋า และเป็นที่สำหรับยึดให้ถุงปัสสาวะคงรูป
6. เย็บห่วงติดกับกระเป๋าเพื่อติดสายกระเป๋า

วิธีการใช้นวัตกรรม
นำถุงปัสสาวะใส่ในกระเป๋ากระเป๋าซ่อนแอบ




กระเป๋าประคองถุงถ่ายทางหน้าท้อง   จัดทำ ภัทรกาญจน์ ผ่องพรม* ปณัชฌา มงคล* พัฒนียา ข่อยพานิชย์* พิสิษฐ์ บุญมา* วัชรินทร์ เกตุอินทร์* ปวีณา ใฝ่จิตร์* ปาริฉัตร ปริตรวา* พิมลพรรณ สำราญใจ* อาจารย์ นนทกร ดำนงค์**

ที่มาและความสำคัญ
การมีทวารเทียมทางหน้าท้อง หรือ Colostomy ผู้ป่วยมักพบปัญหาการดึงรั้งของถุงถ่ายทางหน้าท้อง(Colostomy bag) เมื่อมีอุจจาระออกมา ทำให้เกิดปัญหาการหลุดของตัวแป้น เกิดความไม่สะดวกสบายในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ จากการฝึกประสบการณ์บนหอผู้ป่วย มีผู้ป่วยที่ได้รับการทำทวารเทียมทางหน้าท้องเป็นจำนวนมาก มีความลำบากในการเคลื่อนไหว เนื่องจากมีปริมาณของอุจจาระในถุงเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการดึงรั้งตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้แป้นของถุงถ่ายทางหน้าท้อง เลื่อนหลุดได้ง่าย และเกิดการรั่วซึมตามมา จึงคิดค้นนวัตกรรม “กระเป๋าประคองถุงถ่ายทางหน้าท้อง” ขึ้น

วัตถุประสงค์
1. เพื่อป้องกันการดึงรั้งของถุงถ่ายทางหน้าท้องจากปริมาณของอุจจาระที่มีจำนวนมาก และสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัวมากขึ้น
2. เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวผู้ป่วยโดนอุจจาระในกรณีที่ปลายถุงรั่วซึม

ขั้นตอนการสร้างนวัตกรรม
1. ทำสายยางยืดคาดเอว โดยนำยางยืดที่ตัดไว้ตามขนาดที่ต้องการ และนำผ้ามาเย็บหุ้มยางยืด จากนั้น ติดกระดุมเพื่อให้สามารถปรับความยาวของสายขณะใส่ได้
2. วัดถุงน้ำยาล้างไตด้านที่ติดกับสาย ลงมาประมาณ 6 ซม. แล้วตัดออก ทำความสะอาดถุงน้ำยาล้าง ไตให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง
3. วัดจากด้านปลายปิดของถุงออกมา 13.5 ซม.ขีดเส้นไว้ จากนั้นตัดถุงด้านปลายเปิด(ฝั่งผิวด้านออก)
4. นำสายยางยืดมาวัดขนาดกับปลายถุงที่เหลือไว้อีกฝั่ง(ฝั่งผิวเรียบ) แล้วพับลง 2 ทบ จากนั้นเย็บปลาย ทั้งสองด้าน โดยเหลือช่องไว้ให้สอดสายยางยืดได้
5. นำบริเวณแป้น(ฝั่งถุงถ่ายทางหน้าท้อง) มาทาบบริเวณขอบที่พับไว้ตรงกลางถุงแล้วขีดเส้นโค้ง จากนั้นตัดตามรอยที่ขีดเส้นไว้ เย็บบริเวณที่ตัดออกในขั้นตอนที่แล้วโดยเหลือช่องไว้เพื่อสอด สายยางยืดรัดเอว และ นำสายยางยืด มาใส่บริเวณช่องที่เย็บไว้และติดกระดุม

วิธีการใช้นวัตกรรม
ใช้ใส่คาดเอวแล้วติดกระดุม ลักษณะคล้ายกระเป๋าคาดเอว